doraemon: nobita’s chronicle of the moon exploration

.. หากแม้วันเวลาผ่านอายุจะเยอะขึ้นเรื่อยๆเพียงใด แต่ว่าเมื่อเห็น ของยอดเยี่ยมของโดราเอม่อน ประตูไปไหนก็ได้ คอปเตอร์ไผ่ วุ้นแปลภาษา อะไรประมาณนี้ สมองจะออกคำสั่งให้พวกเราย้อนวัยกลับไปเป็นเด็กได้ทุกหน หนังยังคงเปี่ยมไปด้วยความเพลิดเพลิน สร้างรอยยิ้ม รวมทั้งเต็มไปด้วยความรู้สึกดีๆของมิตรภาพแก้งค์นี้ ดังเดิม ..

.

.. doraemon: nobita’s chronicle of the moon exploration ภาคนี้เล่าราวของ กระต่ายที่อยู่บนพระจันทร์ เมื่อโนบิตะมีความเชื่อแบบเหลือล้นว่าบนพระจันทร์มีกระต่ายอาศัยอยู่ พี่มึงก็เอาความคิดเห็นของตนไปโม้คุยโวที่สถานศึกษา และจากนั้นก็ตามฟอร์มโดนเพื่อนฝูงล้อเลียนว่าไม่มีประโยชน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งไจแอนท์กับซูนิโอะขำแรงกว่าใครเพื่อน ส่วนชิซุกะหัวเราะหึๆตอแหลตามสไตล์น้องเค้า เรื่องราวลำบากมาถึงโดราเอม่อนที่จะต้องตอบสนองกิเลสให้โนบิตะเมื่อใดก็ตามพี่เอ็งดื้อด้าน ม่อนพาโนบิตะไปพระจันทร์แล้วสร้างอณาจักรกระต่ายขึ้นมา เสร็จแล้วจึงพา พวกไจแอนท์ ซูนิโอะ ชิซูกะ ขึ้นไปท่องเที่ยวด้วย โดยมีเพื่อนฝูงใหม่อีกคนไปด้วยเป็น ลูกะ ชายหนุ่มหน้ามนต์เด็กนักเรียนใหม่ แม้กระนั้นหารู้ไม่ว่า ลุกะ มีความลับบางสิ่งบางอย่างหลบซ่อนอยู่ที่มีความเชื่อมโยงกับพระจันทร์ ..

.

.. หนังยังคงเก็บเนื้อหาในนักแสดงได้ดังเดิม เป็นมาตรฐานของ โดราเอม่อน เดอะมูฟวี่ มันจะมีแค่ 2 ระดับ คือ สนุกน้อย กับ สนุกมากมาย เป็นการ์ตูนที่มองอย่างไรก็บันเทิงใจ เหนื่อยๆเข้าไปหลับครึ่งเรื่องตื่นมาดูอีกครึ่งเรื่องยังบันเทิงใจเลย ไจแอนท์ก็ยังบ้าพลังขี้โวยวายอย่างเดิม ซูนิโอะก็กลัวขี้อวดดังเดิม โนบิตะก็ดื้อด้านอย่างเดิม ชิซูกะก็ตอแหลอ่อยผู้ชายอย่างเดิม ซึ่งมันเป็นความรู้สึกที่พวกเรามองเห็นมาตั้งแต่เด็ก แบบไม่มีทางหมดอายุ เสมือนความเพลิดเพลินกลุ่มนี้มันถูกแช่แข็งไว้ เมื่อไรที่พวกเราต้องการมองต้องการบันเทิงใจก็แค่เอามาอุ่นไมรวัวเวฟก็พร้อมทานได้โดยทันที ..

.

.. ข้อดีของโดราเอม่อนเดอะมูฟวี่ เป็นความฟีลกู๊ด ที่ไม่ว่าจะอย่างไรตอนสุดท้ายจำเป็นที่จะต้องฟีลกู๊ดทุกคราวทุกรอบ สิ่งที่ทำให้ผมถูกใจพี่ม่อนเวอร์ชั่นภาพยนตร์มากมายเลยก็คือการรวมพลังกันของแก้งค์นี้ เป็นไม่ว่าการ์ตูนตอนสั้น มันจะเถียงตบตี หัวปูดหัวโปน โนบิตะร้องไห้ได้ยินไปแปดบ้านสิบบ้านแค่ไหน แต่ว่าเพียงพอมาเวอร์ชั่นภาพยนตร์ กรุ๊ปนักแสดงกลุ่มนี้มันจะมีสกิลความปรองดองแบบเปี่ยมล้น และก็โนบิตะนี่ออร่าความเป็นดารานำชายจะเด่นตลอดเลย ซึ่งไม่ฉงนใจเลยที่ในที่สุดแล้ว ชิซูกะจะเลือกโนบิตะเป็นคู่ชีวิตไม่ใช่ เดคิสุงิ ฮ่าๆส่วนรายละเอียดเรื่องราวในภาคนี้ก็ยังคงมองเพลิดเพลิน มีภาพงามๆมากมาย แถมยังมีฉากติดอกติดใจเรียกน้ำตาเด็กน้อยที่เข้าไปมองกระทั่งจำต้องสูดขี้มูกกันอีกทั้งโรง ส่วนมุกเฮฮาในเรื่องก็ยังมีมาให้ขำให้ฮาอยู่เสมอ รอบที่ผมไปดูเด็กเต็มโรงเลย ช่วงแรกแอบเครียดจะแซ่ดกันรึเปล่า แต่ว่าหาใช่เช่นนั้นไม่หนังฉายนั่งมองกันตาแป๋วอินมองมากมาย ฮ่าๆบรรยายไทยเป็นดีอย่างเดิม ได้โอกาสมเดิมมาบรรยาย เพียงแค่ได้ยินเสียงก็เป็นสุขแล้ว ..

.

.. สรุป .. ใครรักโดราเอม่อนอย่าพลาดที่จะมาดู หนังยังคงบันเทิงใจแล้วก็สร้างรอยยิ้มให้พวกเราได้เสมือนทุกครั้ง เป็นการ์ตูนที่ดูเมื่อไรก็บันเทิงใจและไม่เคยทำให้ผิดหวังเลย มีลูกมีหลานไปดูได้เลยขอรับ นอกจากความสนุกสนานร่าเริงแล้วยังมีข้อคิดเตือนใจดีๆให้เด็กๆเอาไปใช้ในชีวิตจริงได้อีกด้วย